อยากรู้เรื่องรถ ต้อง คาร์ออลสไตล์

ข่าว TEST DRIVE ลองของ

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ กระบะพันธุ์ Rock ลุยได้สบายใจ

อทิติ ศศิโรจน์
อทิติ ศศิโรจน์

ผู้เรียบเรียง

Share on facebook
Share on twitter

มีนาคม 2562 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เชื้อเชิญสื่อมวลชนทั่วฟ้าเมืองไทยร่วมพิสูจน์สมรรถนะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ในกิจกรรมทดลองขับซึ่งจัดขึ้นบนดอยสูงในจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดเส้นทางเปิดโอกาสให้ได้ขับบนเส้นทางหลากหลายทั้งซุปเปอร์ไฮเวย์ ทางหลวงชนบทและเส้นทางออฟโรด รวมถึงการลัดเลาะไปตามเส้นทางสองเลนส่วนบนพื้นที่แนวสันเขาที่สูงสุดในประเทศไทย ท้าทายคุณสมบัติและความครบครันของรถกระบะที่ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” ดีไซน์สะท้อนความ “แกร่งดังหินผา” (Rock Solid)

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นพร้อมกับวาระการฉลองครบ 40 ปีแห่งความสำเร็จของรถกระบะมิตซูบิชิ ตระกูล L200 ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการจัดจำหน่ายและการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต โดยได้รับการพัฒนาให้มีความโดดเด่นรอบด้าน ทั้งความทนทานแข็งแกร่ง สมรรถนะการขับขี่ รวมถึงความอเนกประสงค์ เทคโนโลยี และระบบขับเคลื่อน ซึ่งพัฒนาขึ้นจากตำนานแห่งชัยชนะในรายการแข่งขันระดับโลก

“ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา เราออกแบบและสร้างรถกระบะพร้อมสมรรถนะที่สามารถตอบสนองการใช้งานอย่างหลากหลาย เรามุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่มองหารถกระบะที่ไว้วางใจได้ทั้งในด้านความทนทาน และความสะดวกสบาย ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนำมาสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเป็นปรัชญาที่เราถ่ายทอดไว้ใน มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่” มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ผ่านการดีไซน์ Advanced ‘Dynamic Shield’ อันเป็นแนวทางการออกแบบสำหรับรถรุ่นใหม่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งมีรูปลักษณ์ล้ำสมัยทรงพลัง สะท้อนแนวคิดความแข็งแกร่งดุจหินผา ด้วยไฟหน้า Bi-LED และไฟตัดหมอกซึ่งติดตั้งบนตำแหน่งที่สูงจากพื้นกว่า 70 เซนติเมตร ช่วยลดโอกาสต่อความเสียหายเมื่อต้องขับขี่บนเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือจากเศษหินที่กระเด็นมาปะทะด้านหน้าตัวรถ

เส้นทางสำหรับกิจกรรมทดลองขับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ รถกระบะที่ได้รับการปรับปรุงล่าสุด ครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 245 กิโลเมตร เริ่มออกเดินทางจากที่พักในอำเภอหางดง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติกึ่งเมืองเหนือตามสไตล์เชียงใหม่ เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มาพร้อมระบบ Auto Stop and Go ซึ่งจะดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดนิ่งเพื่อช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิงยิ่งขึ้น และด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ และช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน รวมถึงการปรับเปลี่ยนแกนโช้คอัพให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเพื่อความนุ่มสบายให้การขับขี่ยิ่งขึ้น ซึ่งก็สามารถรับรู้ได้ผ่านการขับบนเส้นทางหลวงสายหลักหมายเลข 108 กว่า 60 กม.ก่อนจะแยกไปใช้เส้นทางสายรองที่เริ่มมีองศาชันขึ้นเรื่อยๆ

เข้าสู่เส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์บนเทือกเขาที่สูงชันในเมืองไทย ยิ่งสูงก็ยิ่งเปิดเผยถึงแรงบิดสูงในรอบต่ำของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ซึ่งมีให้ถึง 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที รับช่วงต่อด้วยกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที จากเครื่องยนต์คลีนดีเซลรหัส 4N15 แบบ 4 สูบ MIVEC เทอร์โบแปรผัน VG Turbo ที่มีการปรับจูนล่าสุดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีส่วนช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงด้วยรอบเครื่องยนต์ลดลงโดยเฉพาะในรอบความเร็วกลางถึงปลาย และเงียบกว่าเดิมขณะที่ยังคงความคล่องตัวเมื่อต้องเข้าโค้งสารพัดรูปแบบอย่างต่อเนื่องในระดับความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง

หลังพักรับประทานอาหารกลางวันที่อุดมไปด้วยประโยชน์จากผักผลไม้ในโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและแมกไม้นานาพันธุ์ เรายังคงมุ่งมั่นทดสอบสมรรถนะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ต่อไปบนเส้นทางคดเคี้ยวทำให้ได้ใช้พวงมาลัยที่มีน้ำหนักเหมาะเจาะสำหรับการควบคุมอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนักเราก็พบสบโอกาสลองของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อันลือเรื่องผ่านเส้นทางสมบุกสมบันเลาะเลียบผาชัน ท่ามกลางผืนป่าโป่งซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยอุปสรรคสุดท้าทาย

ทั้งทางชันที่ไหลลื่น บนสภาพพื้นผิวขรุขระเป็นหลุมบ่อ และหินลอยที่ปกคลุมด้วยฝุ่นหนา ตลอดเส้นทางสมบุกสมบันตลอดระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ผ่านหน่วยจัดการต้นน้ำแม่จอนหลวงลัดเลาะขึ้นไปบนทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก การควบคุมรถฝ่าอุปสรรคด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เทคโนโลยี Super Select 4WD II มาพร้อม 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD High-Range) โหมด 4H (4WD High-Range) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control ในการขับบนเส้นทางออฟโรดคราวนี้ผมเลือกใช้โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-Range with Locked Transfer) สบทบด้วย Center Differential Lock ส่งกำลังไปยังล้อหน้าและหลังในอัตราส่วน 50 / 50 เท่ากัน แต่ก็ยังให้ความคล่องตัวเสริมความมั่นใจยิ่งขึ้น และที่สำคัญมีเฉพาะใน มิตซูบิชิ ไทรทัน เท่านั้น

น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสลองใช้ โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) ระหว่างทางในเส้นทางออฟโรดขณะที่เราต้องข้ามไม้สะพานแคบ ยังมีโอกาสได้ทดสอบอีกระบบความปลอดภัย ได้แก่ กล้องมองภาพรอบคัน ที่ใช้กล้อง 4 ตัวจับภาพรอบคันพร้อมภาพมุมสูงที่แสดงสิ่งกีดขวางรอบคัน

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมออฟโรดโหมด 4 รูปแบบ เพื่อปรับรูปแบบการส่งกำลังจากเครื่องยนต์กับสภาพพื้นผิวเส้นทาง ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock รวมถึงระบบล็อกเฟืองท้ายเพื่อสมรรถนะบนเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายและสมบุกสมบันทุรกันดาร สำหรับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ซึ่งมีความสูงใต้ท้องรถถึง 220 มม. และล้อที่มีการขยายขนาดจากขอบ 17 นิ้ว เป็น 18 นิ้วลายใหม่ กับยางขนาด 265/60R18 เป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้ขับฝ่าอุปสรรคได้สบาย โดยสามารถขับไต่สิ่งกีดขวางได้ถึง 31 องศา (Approach Angle) หรือ ลาดต่ำลงทำมุม 23 องศา (Departure Angle) และสามารถขับคร่อมทำมุม 25 องศา (Breakover Angle) ลุยกันพอหอมปากหอมคอก่อนกลับเข้าสู่เส้นทางออนโรดเพื่อขึ้นสู่เส้นมุ่งหน้าขุนวางที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,500 เมตร เพื่อทดลองระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล และเมื่อถึงเส้นทางลงเขาชัน เรายังมีโอกาสได้ใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC: Hill Descent Control ซึ่งถึงแม้จะค่อยๆลงไปช้าแต่ก็ชัวร์ สามารถรักษาความเร็วรถให้คงที่ช่วยให้มั่นใจได้ยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งต่อสมรรถนะของ มิตซูบิชิ ไทรทัน คือโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE (Reinforced Impact Safety Evolution) ซึ่งพัฒนาให้มีความทนทานและแข็งแกร่ง และด้วยการมีแชสซีส์ที่แข็งแกร่งส่งผลให้ทีมวิศวกรสามารถปรับแต่งระบบกันสะเทือนให้ดียิ่งขึ้นได้อีกด้วย โครงสร้างที่มั่นคงยังช่วยลดเสียงจากการสั่นสะเทือนรวมถึงความกระด้าง รวมถึงการติดตั้งวัสดุป้องกันเสียงรบกวนและลดแรงสั่นสะเทือนในตำแหน่งสำคัญรอบตัวรถ จึงสัมผัสกับความหรูหราและสะดวกสบายภายในห้องโดยสารได้อย่างชัดเจนขึ้น

รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ ครบครัน ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว โดยอาศัยกล้องและระบบเรดาร์พร้อมเลเซอร์ตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนข้างหน้า ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตาพร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน เพื่อเตือนคนขับเมื่อมีรถอยู่ด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลังขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด ตรวจจับว่ามีรถยนต์กีดขวางขณะถอยหลังหรือไม่ และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเมื่อเหยียบคันเร่งไปข้างหน้าโดยไม่ตั้งใจ รวมถึงเซ็นเซอร์กะระยะจอด เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการจอดรถ และระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ

นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยแล้ว ความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารคืออีกคุณสมบัติสำคัญของรถกระบะมิตซูบิชิ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุที่ให้ผิวสัมผัสไม่แข็งกระด้างดูดีมีคุณภาพ รองรับการใช้งานได้ด้วยช่องเก็บของและจุดวางเครื่องดื่ม รวมถึงการติดตั้งช่อง USB ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งานสำหรับผู้โดยสารทั้งตอนหน้าและตอนหลัง ผู้ขับรับรู้ข้อมูลได้ชัดเจนผ่านจอแสดงภาพอะนิเมชั่นสามมิติพร้อมสวิตช์ควบคุมที่พวงมาลัย และมาตรวัดแบบไฮคอนทราสต์พร้อมกราฟฟิกความละเอียดสูง รวมถึงระบบนำทางพัฒนาใหม่เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนแม่นยำขึ้น ความสะดวกสบายอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามายังรวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน ภายในห้องโดยสารยังมีช่องระบายความเย็นติดตั้งบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลังซึ่งเหมาะมากับสภาพอากาศเมืองไทย

ด้วยกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ‘Drive Your Ambition’ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้โดดเด่นด้วยดีไซน์และสมรรถนะให้แกร่งลุยทุกอุปสรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อมุ่งสู่ทุกความสำเร็จในชีวิต มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มีจำหน่ายตั้งแต่ 654,000-1,099,000 บาท จัดว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับการลงทุนกับรถคู่ใจคันใหม่

ข่าว TEST DRIVE อื่นๆ
ลองขับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ แรงเร้าใจกว่า กับประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 พร้อมเพิ่มรุ่น AUTECH เสริมความสปอร์ตพรีเมียม ที่สำคัญคือราคาเริ่มต้น 759,000 บาท และเปิดตัว “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ในแคมเปญ “ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย!” New excitement on the road”
| อ่านต่อ |