อยากรู้เรื่องรถ ต้อง คาร์ออลสไตล์

ข่าว TEST DRIVE ลองของ

ลองของจริง TOYOTA C-HR HEV GR Sport ทำไมถึงเป็น Real Crossover ที่ยากเกินต้านทาน

อทิติ ศศิโรจน์
อทิติ ศศิโรจน์

ผู้เรียบเรียง

Share on facebook
Share on twitter

15 มีนาคม 2565 โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำ TOYOTA C-HR HEV GR Sport น้องใหม่ล่าสุดใน GR Series รถยนต์อเนกประสงค์ในกลุ่ม Sub-Compact SUV เสริมทัพสายพันธุ์ GR Sport ที่ได้รับการเติมแต่งให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ภายนอกกับแพ็กเกจแอโรพาร์ค GR Sport ประกอบด้วย สเกิร์ตรอบคัน สลิปเตอร์หน้า ล้ออัลลอยใหม่สีดำขนาด 18 นิ้ว ไฟตัดหมอก LED พร้อมสัญลักษณ์ GR ที่กันชนหน้า และ GR Sport ที่ปั้นท้ายรถ

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำ Total Look ตัดด้วยสี Gun Metallic สปอร์ตเข้มเต็มสไตล์ GR เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทา พร้อมสัญลักษณ์ GR บริเวณพนักรองหลัง พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR ปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR นับเป็นการอัพเวลให้กับ C – HR ครั้งล่าสุด หลังจากที่มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์รุ่นนี้อย่างต่อเนื่องตามวาระ รวมถึงแบบผลิตในจำนวนจำกัด Limited Edition ที่สร้างสรรค์ออกมาเพิ่มทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งสีภายนอกใหม่ สีหลังคาใหม่ Black roof หรือ Silver roof เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยของโตโยต้า (Toyota Safety Sense) ด้วยระบบ All-speed Dynamic Radar Cruise Control พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน รองรับเทคโนโลยีเชื่อมต่อ Apple Play และ T-Connect by TOYOTA

Toyota C-HR (Coupe High Rider) เป็น รถ Sub-Compact SUV ที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับอย่างดี มียอดขายสะสมในประเทศไทยหลายหมื่นคัน นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2561 สะท้อนถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถรุ่นนี้โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงาน ด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่สำคัญ ยังผสมผสานความอเนกประสงค์ของตัวรถ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ที่สนุกสนานและน่าประทับใจ

ห้องโดยสารดีไซน์สปอร์ตสอดรับกับภายนอก สะดวกสบายด้วยเบาะคู่หน้าทรงกิ่งบัคเก็ตซีทโอบรับลำตัวตลอดจนถึงต้นขา มาพร้อมปุ่มปรับดันหลังด้านคนขับ (Lumbar Support) ที่มีส่วนช่วยคลายความเมื่อยล้าตลอดแนวแผ่นหลังผู้ขับได้อย่างดี ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน Dual Zone ปรับอุณหภูมิบริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านซ้าย-ขวาแยกกันได้อย่างอิสระ และพวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่ส่วนกลางหน้าปัด ส่วนกลางแผงแดงบอร์ดทรงล้ำเป็นหน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB / Bluetooth ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Auto Brake Hold) และโหมดการขับขี่ 3 แบบ EV Mode ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในความเร็วต่ำ / Sport Mode เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้ความกระชับกระเฉงยิ่งขึ้น / Eco Mode ปรับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร nanoe ช่วยขจัดกลิ่นและยับยั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ตลอดการทดลองขับทั้งในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รวมถึงปริมณฑล และซุปเปอร์ไฮเวย์ระหว่างจังหวัด สมรรถนะการขับขี่จัดว่าทรงพลังจิ๊ดจ๊าดสมกับหน้าตา ด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 4th Generation Hybrid ผสาน 2 แหล่งพลังงาน ทั้งจากมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างราบรื่นต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันได้มากพอที่จะอุ่นใจได้ในสถาวะที่ราคาเชื้อเพลิงอยู่ในช่วงขาขึ้น และยิ่งสบายกระเป๋ากว่าในภาวะปรกติ ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร* (*ข้อมูลอ้างอิงจาก ECO STICKER) และขับจริงใช้งานจริง C-HR ก็ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเกินกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตรตลอดทุกสถาวะการขับขี่

ช่วงล่างปรับจูนใหม่โดยมีวัตถุประสงค์สไตล์สปอร์ตด้วยการ Upgrade ทั้งคอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ เพิ่มสมรรถนะการขับขี่แบบกระชับเน้นความสนุกสนาน ผสานกับสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA ที่แข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ จึงให้ความสมดุลย์ลงตัว สำหรับผมเห็นว่าประเด็นสำคัญที่ทำให้ C-HR GR Sport ขับได้อย่างเร้าใจพอเหมาะพอดีนั้นยังมีส่วนมาจากช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ Double Wishbone ซึ่งต่างจากรถอเนกประสงค์ในกลุ่มเดียวกันที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดบ้านเรา สมกับความตั้งใจในการพัฒนา C-HR HEV GR Sport ใหม่ เพื่อให้สามารถมอบประสบการณ์ Fun-to-drive ที่เร้าใจยากเกินต้านทาน อีกทั้งมอบความมั่นใจกับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อีกด้วย

หลังจาก โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำน้องใหม่ล่าสุดใน GR Series ซึ่งผลิตในประเทศไทย ต่อเนื่องถึง 4 รุ่น ประเดิมด้วย Revo GR Sport , Fortuner GR Sport, และ Corolla Cross GR Sport ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่สไตล์สปอร์ต ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 9,000 คัน (ข้อมูลถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565) โตโยต้าจึงแนะนำตัว C-HR HEV GR Sport ใหม่ เสริมทัพรถยนต์อเนกประสงค์สายพันธุ์ Gazoo Racing ด้วยดีไซน์ภายนอก และภายในแบบคมเข้ม พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและเร้าใจยิ่งกว่า ด้วยการพัฒนาจากสนามแข่งที่ให้อารมณ์ในการขับที่แตกต่างรุ่นดั่งเดิมที่จำหน่ายควบคู่กัน

มอบความมั่นใจกับระบบความปลอดภัยล้ำสมัย Toyota Safety Sense ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุม และปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า ที่ใช้ไม่ยากและปรับเซ็ทระยะต่างๆ ได้อย่างชัดเจน พร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (All-speed Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist) ระบบช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist) ที่ทำงานอย่างฉับไวในเกือบทุกสภาพเส้นทางตราบเท่าที่ตรวจจับเส้นแบ่งกลางและริมถนนได้ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-collision system) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)

สำหรับสีสันภายนอก โตโยต้า ประเทศไทย จัดไว้ 3 สี ภายใต้แนวคิด GR Sport ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / Silver roof (หลังคาสีเงิน) สีขาวมุก Platinum White Pearl / Black roof (หลังคาสีดำ) และสีแดง Premium Red / Black roof  *สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

TOYOTA GAZOO RACING…SPIRIT TO PUSH THE LIMITS
สไตล์ที่ท้าทายทุกความรู้สึก Toyota Gazoo Racing เริ่มต้นจากโตโยต้าเข้าร่วมแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต เพื่อทดสอบสมรรถนะขั้นสูงสุดของรถยนต์โตโยต้า ในสนามแข่งขันทั่วโลก มุ่งสู่การนำความรู้และเทคนิคที่ได้จากการแข่งขัน มาสร้างสรรค์รถยนต์รุ่นพิเศษ GR Series เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบมืออาชีพ

C-HR HEV GR Sport ใหม่ เป็นอีกผลิตภัณฑ์ของโตโยต้า ใน Series GR Sport ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ณ โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยแรงบันดาลใจในการพัฒนาจาก DNA ของการเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตภายใต้แนวคิดของ Gazoo Racing ที่ว่า “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน” นี่คืออีกหนึ่งผลิตผลของความมุ่งมั่นในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า “Ever-Better Car” เพื่อตอบสนองความต้องการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า

C-HR HEV GR Sport ใหม่ เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งแบบสปอร์ตทั้งภายนอก ภายใน และปรับจูนช่วงล่างใหม่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ สำหรับผู้ที่มองหาความแตกต่าง ชื่นชอบอารมณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ด้วยสมรรถนะเร้าใจ และยังคงไว้ซึ่งการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในแบบรถไฮบริด

C-HR HEV GR Sport ราคา 1,189,000 บาท
C-HR HEV HEV Premium Safety 1,139,000 บาท
พร้อมแพ็กเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่และระบบไฮบริด กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษ กับแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่ รวมมูลค่าทั้งสิ้นมากกว่า 97,500 บาท

ส่วนต่างของราคาที่เพิ่มจากรุ่นท๊อป 50,000 บาท กับรูปลักษณ์และสมรรถนะที่เน้นความสปอร์ตให้โดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้นนั้นจะนับว่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความพอใจ ( ยังงัยในงบเท่ากัน ก็ไม่สามารถทำให้ใกล้เคียงกันได้ ) C-HR HEV GR Sport จึงเหมาะกับนักขับที่ต้องการความไม่ธรรมดา กับรถอเนกประสงค์ Crossover สายสปอร์ตขนาดแท้ ที่ให้ความเร้าใจในการขับขี่แบบที่ไม่สูญเสียความสะดวกสบาย ในขณะที่ยังคงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ชนิดที่หาไม่ได้ง่ายๆ นะครับในตลาดรถยนต์ที่กำลังสบสนกับตัวเลือกสารพัดจึงต้องเจาะจง เจาะใจ คอรถอเนกประสงค์สายสปอร์ตจริงๆ เลย

ข่าว TEST DRIVE อื่นๆ
ลองขับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ แรงเร้าใจกว่า กับประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 พร้อมเพิ่มรุ่น AUTECH เสริมความสปอร์ตพรีเมียม ที่สำคัญคือราคาเริ่มต้น 759,000 บาท และเปิดตัว “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ในแคมเปญ “ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย!” New excitement on the road”
| อ่านต่อ |