อยากรู้เรื่องรถ ต้อง คาร์ออลสไตล์

ข่าว TEST DRIVE ลองของ

ลองขับ SUZUKI XL7 ใช้งานอเนกประสงค์หลากหลายรูปแบบเส้นทาง ปรับโฉม เพิ่มสีสันทูโทน สานต่อความนิยมในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ Compact MPV

อทิติ ศศิโรจน์
อทิติ ศศิโรจน์

ผู้เรียบเรียง

Share on facebook
Share on twitter

กลางเดือน มีนาคม 2565 ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ปรับโฉม SUZUKI XL7 เพิ่มสีสันทูโทน สานต่อความนิยมในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV สามแถว 7 ที่นั้ง ชูสมรรถนะการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคปัจจุบันในแบบฉบับของMulti-Dynamic Crossover เคาะราคาจำหน่ายเริ่มที่ 789,000 บาท ตั้งเป้าขยับส่วนแบ่งในตลาด Compact MPV หลังจากทำตลาดมา SUZUKI XL7 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ XL7 เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ในตลาดรถอเนกประสงค์ การันตีคุณภาพและความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 6,000 คันในประเทศไทย นับตั้งแต่เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในช่วงกลางปี 2563 ภายใต้สไตล์ Multi-Dynamic Crossover เติมเต็มการใช้งานด้วยเทคโนโลยีที่ครบครัน โดดเด่นภายใต้แนวคิด THINK XL ตอบสนองทุกฟังก์ชันการใช้งาน

ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำรถอเนกประสงค์ขนาดกระทัดรัด ด้วยการแนะนำ SUZUKI XL7 สีใหม่สไตล์ทูโทน โดยนายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร้อนแรงของตลาดรถอเนกประสงค์ MPV ส่งผลให้หลากหลายค่ายส่งผู้เล่นหน้าใหม่ลงขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น ผลักดันให้เซกเมนต์นี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภคสำหรับทางเลือกที่มากขึ้น โดย SUZUKI XL7 มีการเพิ่มความโดดเด่นและดุดันยิ่งขึ้นทั้งยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการใช้งานในแบบฉบับของMulti-Dynamic Crossover”

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 โดดเด่นด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีตัวรถ เติมเต็มความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำคมเข้มและดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม สอดรับกับไฟหน้า LED สามารถปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เติมความเข้มด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว รวมถึงราวหลังคา เพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น

คอนโซลด้านหน้าตกแต่งวัสดุด้วยลาย CarbonFiber ตัดกับเส้นโครเมียม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน อาทิ มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงผล แจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ ทั้งยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว มาพร้อมระบบปรับแต่งเสียงและประมวลผลในแบบดิจิทัล พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน Apple CarPlay / Android Auto รวมถึงช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI ที่บริเวณคอนโซลหน้า อีกทั้งช่องจ่ายไฟสำรอง 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่สองปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร เสริมความสปอร์ตด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ทรง D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและการสั่งการสมาร์ตโฟน เข้าออกสบายปลอดภัยด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูเปิด-ปิดได้ โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมท รวมถึงกระจกมองข้างที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่สัมผัสความสะดวกสบายตลอดการใช้งาน

ห่วงเวลานั้นผมมีโอกาสได้สัมผัสกับความเปลี่ยนไปล่าสุดของ SUZUKI XL7 ผ่านการทดลองขับในแบบทดสอบพิเศษ นอกจากการขับขี่ใช้งานทั้งในและนอกเมืองบนเส้นทางเรียบของทางหลวงแผ่นดินหลากหลายรูปแบบ ยังได้ลองของ XL7 ในเส้นทางสมบุกสมบัน ทุรกันดารแบบแห้งก็ได้น้ำก็ดี ในพื้นที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งก็เป็นการพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่มากกว่าการอยู่บนถนนปกติ เรียกว่าพร้อมลุยแบบลงพื้นที่ได้มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วๆไป เมื่อรวมกับความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่หลากหลายของชีวิตที่วุ่นวายในปัจจุบัน SUZUKI XL7 จึงเป็นได้มากกว่ายานยนต์อเนกประสงค์ขนาดกระทัดรัด จัดว่าเป็นรถธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

XL7 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร มอบกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ได้รับการปรับแต่งประสิทธิภาพและอัตราทดเกียร์ให้เหมาะกับการขับขี่อย่างลงตัว พอเพียงสำหรับการเดินทางแบบฟูลโหลดทั้งคนและสัมภาระ เมื่อผสานกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนให้เป็นไปอย่างคล่องตัวสำหรับการใช้ในแบบครอบครัว ขับได้อย่างสนุกสนาน ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งเพื่อตอบสนองการขับขี่ได้ในทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. ให้ความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาวะถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนน มาพร้อมระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า, ระบบเบรก ABS, ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ เสริมความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilzer

สำหรับ SUZUKI XL7 มีราคาและสีรถให้เลือกดังนี้
สีทูโทน-ตัวรถสีส้ม-หลังคาสีดำ ราคา 789,000บาท
สีทูโทน-ตัวรถสีขาว-หลังคาสีดำ ราคา 794,000 บาท
สีขาว ราคา 784,000 บาท
สีส้ม สีเทาเข้ม สีดำ ราคา 779,000 บาท

พร้อมรับโปรโมชั่น “SUZUKI SUPER SURPRISE DEAL” สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2565 ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯกำหนด โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

ข่าว TEST DRIVE อื่นๆ
ลองขับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ แรงเร้าใจกว่า กับประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 พร้อมเพิ่มรุ่น AUTECH เสริมความสปอร์ตพรีเมียม ที่สำคัญคือราคาเริ่มต้น 759,000 บาท และเปิดตัว “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ในแคมเปญ “ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย!” New excitement on the road”
| อ่านต่อ |