อยากรู้เรื่องรถ ต้อง คาร์ออลสไตล์

ข่าว TEST DRIVE ลองของ

ลองของ HAVAL JOLION Hybrid SUV – Your Intelligent SUV

อทิติ ศศิโรจน์
อทิติ ศศิโรจน์

ผู้เรียบเรียง

Share on facebook
Share on twitter

กลางเดือน พฤศจิกายน 2564 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนสื่อมวลชนร่วมกิจกรรมทดลองขับ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV – Your Intelligent SUV เพื่อทดสอบสมรรถนะและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ รถยนต์อเนกประสงค์ รุ่นที่ 2 จากแบรนด์ HAVAL ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นกันบริเวณพื้นที่ริมทะเลสาบ อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี โดยจัดให้เป็นสถานีทดสอบเทคโนโลยีการขับขี่ในรูปแบบ “Joy Race” ที่สนุกสนานไปพร้อมๆ กับการได้ทดลองใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ก่อนที่จะออกสู่การขับขี่บนท้องถนนจริงบนเส้นทางกรุงเทพฯ ถึงอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีต่าง ของ HAVAL JOLION อย่างเต็มที่

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจาก HAVAL H6 Hybrid SUV ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการรถยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรมทดสอบ HAVAL JOLION Hybrid SUV โดยมี นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย และนายชาญศักดิ์ หลายเจริญโชคชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์และแคมเปญการตลาด All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เพื่อให้เราได้รับรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟั่งก์ชันการใช้งานต่างๆ เพิ่มเติม พร้อมสอบถามข้อมูลอย่างเจาะลึก

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “หลังจากที่เราได้รับเสียงตอบรับอย่างดี พร้อมยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากเอสยูวีรุ่นแรกที่ GWM เปิดตัวในประเทศไทยอย่าง HAVAL H6 Hybrid SUV จนกลายเป็นรถยนต์เอสยูวียอดนิยมของคนไทยในช่วงตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่เราได้นำ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เอสยูวีอีกรุ่นจากแบรนด์ HAVAL มาให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และพร้อมเป็นเจ้าของกันได้ โดยรถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว ไฟ Intelligent LED Headlamp อันเป็นเอกลักษณ์ และยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ล้ำสมัย ช่วยให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความปลอดภัย วันนี้ เราจึงมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้จัดให้สื่อมวลชนได้สัมผัส และทดสอบสมรรถนะของรถยนต์รุ่นใหม่อย่างเต็มที่ และเราเชื่อว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเป็นเอสยูวีอันชาญฉลาด ที่จะช่วยตอบโจทย์ทุกการขับขี่ให้กับทุกๆ ท่านได้อย่างแน่นอน”

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV นับเป็นรถยนต์ในเซ็กเมนท์เอสยูวี – บี ที่ขับขี่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยขณะขับขี่ โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด  375 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์แบบ DHT ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด เมื่อทํางานร่วมกับเครื่องยนต์ จะสร้างการขับเคลื่อนที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันโดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ)

 

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีม (Torsion Beam) พร้อมเหล็กกันโคลง อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานโครงสร้าง GWM LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะเช่นเดียวกันกับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อีกด้วย

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เปิดตัวในประเทศไทย 3 รุ่น ได้แก่

รุ่น TECH ราคา   879,000  บาท

รุ่น PRO ราคา   939,000  บาท

รุ่น ULTRA ราคา   999,000  บาท

โดย All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่ผมมีโอกาสได้ทดสอบสมรรถนะในวันนั้น จะเป็นตัวท๊อปรุ่น ULTRA เริ่มด้วยการรับฟังบรรยายผลิตภัณฑ์กันพอสังเขป ต่อด้วยการออกไปทำความคุ้นเคยกับจ้าวสิงโตจอมซนบนสนามทดสอบเฉพาะกิจ (Test Track) บริเวณอิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีของ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ได้แก่

การทดสอบระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
HAVAL JOLION Hybrid SUV มาพร้อมกับกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 โมบายอาย ช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในช่วงความเร็วที่กำหนดไว้ โดยจะปรับลดความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า

การทดสอบอัตราเร่ง 0-60 กิโลเมตรต่อชัวโมง
เป็นการทดสอบสมรรถนะและความแรงของเครื่องยนต์พร้อมการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์ พร้อมได้เบรคอย่างเต็มกำลัง จัดว่ากระชับกระเฉงได้ใจ

การทดสอบระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (IIP)
เป็นการใช้เซ็นเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ จากนั้น ระบบจะทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ไมว่าจะเป็นการจอดแบบแนวตรง แนวเฉียง และการจอดเทียบข้าง ซึ่งก็สามารถทำการเข้าและออกจากช่องจอดได้อย่างแม่นยำและสะดวกสบาย โดยในการทดสอบที่สนามทดสอบจะเป็นการทดสอบการจอดแบบแนวตรง และการจอดเทียบข้าง

การทดสอบการขับขี่ขณะเปลี่ยนเลนและการขับขี่แบบสลาลม (Slalom)
เป็นการทดสอบการทรงตัวของตัวรถยนต์ การบังคับควบคุมและความแม่นยำของพวงมาลัยไฟฟ้า จำลองสถานการณ์เมื่อต้องการเปลี่ยนเลน หรือพบสิ่งกีดขวาง

รวมถึงการทดสอบเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ (Intelligent Single Pedal)
เป็นการทดสอบการเร่งหรือชะลอความเร็วโดยใช้เพียงคันเร่งอย่างเดียว โดยเมื่อตำแหน่งเกียร์อยู่ที่เกียร์ D ให้เหยียบคันเร่ง หรือยกเท้าออกจากแป้นคันเร่งเท่านั้น ก็จะสามารถทำให้รถยนต์เพิ่มหรือลดความเร็ว และหยุดรถยนต์ได้อีกด้วย ตรงนี้สำหรับ Haval Jolion จะแตกต่างจากรถยนต์ไฮบริดที่มีระบบใกล้เคียงกันตรงที่จะมีอาการดึงน้อยกว่าหรือลื่นไหลมากกว่านั้นเอง

นอกจากนั้นก่อนจะพาจ้าวสิงผยองออกไปโลดแล่นสู่โลกกว้างบนท้องถนน เรายังได้ทำกิจกรรมสนุกๆ บริเวณเลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อทดสอบฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ของรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เพิ่มเติม ได้แก่

1. JOY TO MORE

เป็นการจัดเก็บกล่องกระดาษภายในพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถอันกว้างขวางของ HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลาที่กำหนด
2. JOY TO PLAY
เป็นการทดสอบการเปิด – ปิด หลังคา Panoramic Sunroof ด้วยระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Voice Command) และเรายังได้โยนลูกบอลให้ผ่านช่องหลังคา Panoramic Sunroof ให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลา 15 วินาที
3. JOY TO FIND THE WAY
เป็นการทดสอบความแม่นยำของกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศาซึ่งประกอบไปด้วยกล้องรอบรถ 4 ตัว ที่มีความละเอียดคมชัดระดับ 4 Megapixel เพื่อช่วยให้การขับขี่สถานการณ์ที่หลากหลายเป็นเรื่องง่าย ผสานกับทักษะในการถอยหลังเข้าจอดเพื่อให้สามารถจอดรถในจุดที่กำหนด ก็เป๊ะๆ กันไปเลยครับ

หลังจากนั้นเราจึงออกเดินทางจากอิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อเดินทางไปสระบุรี โดยระหว่างเส้นทางเราได้ทดสอบสมรรถนะและความชาญฉลาดของ HAVAL JOLION Hybrid SUV บนถนนจริงผ่านโหมดการขับขี่ทั้ง 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) โหมดมาตรฐาน 2) โหมด Sport 3) โหมด ECO 4) โหมดสภาพถนนลื่น

การเข้าโค้งอัจฉริยะโดยเมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้

ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาวหรือสูง ในระหว่างการขับผ่านทางด้านซ้ายหรือด้านขวา ระบบจะเบี่ยงเพื่อเพิ่มระยะห่างตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และกลับสู่กึ่งกลางของเลนเดิมอัตโนมัติ

และยังสามารถทดสอบระบบอื่นๆ ระหว่างการขับขี่ HAVAL JOLION Hybrid SUV บนท้องถนนจริงได้เพิ่มเติม ทั้ง ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการเชื่อมต่อกับฟังก์ชั่นและความบันเทิงต่างๆ ทั้งหน้าจอกลางแบบ Touch Screen Audio Display ความละเอียดสูง ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay MP3 JOOX และระบบนำทางต่างๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดตลอดการเดินทาง

เมื่อเดินทางไปถึงอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และพักรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย แล้วเดินทางต่อโดยผ่านเส้นทางธรรมชาติอันสวยงามอย่างอุโมงค์ต้นไม้ รวมไปถึงแวะวนสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในบริเวณนั้น เช่น อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก และเขื่อนป่าศักดิ์ชลสิทธิ์ ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยการขับขี่อย่างเต็มสมรรถนะในหลากหลายรูปแบบเส้นทาง พร้อมๆกับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ เพิ่มเติม ตลอดเส้นทางไป – กลับ ในการขับขี่บนท้องถนนจริงรวมกว่า 313 กิโลเมตร ที่ได้ทำความรู้จักกับ Haval Jolion กับพอสมควรและเชื่อว่าจะเป็นรถอเนกประสงค์ที่ยืนหยัดอยู่ในตลาดรถไทยแลนด์ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ด้วยสมรระนะและฟังก์ชั่นการใช้งานที่เน้นเทคโนโลยีจนผมคิดว่ามันเป็นมากกว่าพาหนะที่จะพาเราไปยังสถานที่ต่างๆเท่านั้น

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของสื่อมวลชน ทีมงาน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนอย่างเต็มที่ โดยได้มีการดำเนินการตามมาตรการรักษาระยะห่างและมาตรการความปลอดภัยในช่วงภาวะที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาด HAVAL JOLION Hybrid SUV ทุกคันที่ใช้ในการทดสอบ รวมถึงบริเวณสถานที่จัดงานและการจัดกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งยังมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายการตรวจ ATK ที่หน้างานก่อนเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมๆกับการสวมหน้ากากอนามัย 100% ตลอดการทำกิจกรรม เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรม “All New HAVAL JOLION Hybrid SUV – Your Intelligent SUV” อย่างปลอดภัย

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV

รุ่นและสีรถยนต์

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เปิดตัวและประกาศราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนพ.ศ.2564 โดยมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

  • All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น TECH

สีรถภายใน :สีดำ (เบาะผ้า)

  • All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น PRO

สีรถภายใน : สีดำ (เบาะหนังสังเคราะห์)

  • All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA

สีรถภายใน : สีดำ /เทา (เบาะหนังสังเคราะห์ )

สีรถภายนอกของรถทั้ง 3 รุ่น มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
สีแดง (Burgundy Red) สีน้ำเงิน (Swarovski Blue) สีเทา (Ayers Gray) สีดำ (Sun Black) และสีขาว (Hamilton White)

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคตด้วยการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่หรูหรากับโครงสร้างล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ไฟหน้า LED เต็มรูปแบบพร้อม Daytime Running Light ดีไซน์ล้ำสมัยโฉบเฉี่ยวพร้อมระบบ welcome light เมื่อปลดล๊อค และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home
ไฟท้าย LED พร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LEDและไฟตัดหมอกหลัง
กระจังหน้า Star Matrix ดีไซน์ล้ำสมัยสีดำ-เทา โดดเด่นด้วยโลโก้ HAVAL ตรงกลาง หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค, สปอยเลอร์ท้ายเสาอากาศแบบ shark fin, เข้าทรงกับดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์สปอร์ต ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว
มิติตัวรถ 1,841 x 4,472 x 1,619 มม. (กว้างxยาว xสูง) ระยะฐานล้อ 2,700 มม. ในขนาด Compact SUV

การออกแบบภายใน (Interior Design)
โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในแบบ 360 องศา ภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit”กว้างขวางสะดวกสบายตกแต่งแบบTwo Tone ตัดด้วยลายเส้นสีRose Gold, Silver, Piano BlackและChrome การเชื่อมต่อของหน้าจอทั้ง 3 หน้าจอกลางอัจฉริยะแบบTouch Screen Audio Display ความละเอียดสูง ขนาด12.3 นิ้วรองรับ Apple carplay,MP3, JooxและNavigator บอกตำแหน่งPoint of Interest ทั้งร้านอาหารปั๊มและห้างสรรพสินค้า ให้คุณเพลินเพลินกับการขับขี่ด้วยลำโพง จำนวน 6 ตัว Multi Information Display ความละเอียดสูง ขนาด 7นิ้ว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head-up Display ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวาพร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 Wireless Charger แค่วางก็ชาร์จSmart Phoneได้ง่ายๆและรวดเร็ว Electronic Shifter ชุดเกียร์ไฟฟ้า ดีไซน์หรูพร้อมสีพิเศษแบบ High-gloss เติมสีสันให้ห้องโดยสารเท่ทุกจังหวะการขับขี่กุญแจSmart Key และระบบPush Start เพื่อความสะดวกสบายในการเปิดประตู หรือ สตาร์ทเครื่องยนต์

เบาะหนังสังเคราะห์ดีไซน์สปอร์ตที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์โอบกระชับ เบาะคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทางพร้อมระบบระบายความร้อนเพื่อช่วยจัดท่านั่งให้สบายและอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นวิสัยทัศน์ได้ดีที่สุดเบาะนั่งโดยสารด้านหลัง พร้อมที่เท้าแขนกลางและช่องปรับอากาศด้านท้ายอีกระดับของความสบาย
พื้นที่ห้องโดยสารอเนกประสงค์รองรับกิจกรรมที่หลากหลายตอบโจททุก lifestyle เบาะที่นั่งด้านหลังสามารถพับลงได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 1069 ลิตร

ฟังก์ชั่นอัจฉริยะ (Intelligent Functions)

HAVAL JOLION มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ เช่นระบบความบันเทิงในรถยนต์ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ระบบช่วยเหลือการขับขี่และเทคโนโลยีสำหรับการขับขี่ล้ำสมัยอีกมากมาย อาทิ

  • การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA)ระบบดังกล่าวมาพร้อมกับความสามารถในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์สำหรับการควบคุมระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ รวมถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่นๆภายในรถยนต์ได้อย่างง่ายดาย
  • การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (voice command) มีความสามารถในการจดจำเสียงได้เป็นอย่างดีจึงสามารถช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่ม เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยผู้ขับขี่สามารถสั่งการและโต้ตอบด้วยเสียงเพื่อใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ รวมไปถึงการเข้าถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ภายในรถ
  • การสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM APP ระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชั่นของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อคประตู การค้นหารถยนต์การปิดหน้าต่างการควบคุมระบบการระบายความร้อนของเบาะ การแสดงตำแหน่งรถยนต์การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถ

ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอายช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่วงความเร็วที่กำหนดไว้โดยจะปรับลดความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้าเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า
  • การเข้าโค้งอัจฉริยะ เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงานกล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้วรถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ
  • ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP) ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตรง แนวเฉียง และจอดเทียบข้าง
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศาประกอบไปด้วยกล้อง4ตัวที่มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel โดยระบบจะรวมเอามุมมองภาพทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศาจากมุมบนเพื่อช่วยให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์เป็นเรื่องง่าย
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) มาพร้อมระบบการตรวจจับรถยนต์, ผู้ขับขี่จักรยาน และคนเดินถนนทั้งทางตรงและทางแยก โดยสามารถคำนวณระยะทางระหว่างรถยนต์, ผู้ขับขี่จักรยาน และคนเดินถนนได้แบบเรียลไทม์ มีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก และยังมีการเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลังโดยใช้เรดาร์ด้านหน้าและหลังเพื่อพิจารณาระยะทางทิศทางและความเร็วสัมพัทธ์ของรถคันอื่น (**ลูกค้าไม่เหยียบเบรคและไม่หักพวงมาลัย)
  • ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลังโดยส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียง และหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชน
  • ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาวหรือสูง​ ในระหว่างการขับผ่านทางด้านซ้ายหรือด้านขวา ระบบจะเบี่ยงเพื่อเพิ่มระยะห่างตามระยะที่เหมาะสม​เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และกลับสู่กึ่งกลางของเลนเดิมอัตโนมัติ (** ทำงานร่วมกับ Lane Center Keeping)
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งเพื่อปกป้องผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงานประตูจะถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติและรถยนต์จะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินพร้อมทั้งสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้
  • ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC) และ ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน (*ทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 60-150 km/hrs)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) แจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน (*ทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 60-150 km/hrs)
  • ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (*ทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 60-150 km/hrs)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) ในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่รู้ตัวหรือเปิดไฟเลี้ยวและทำการเปลี่ยนเลนทันที โดยมีความเสี่ยงต่อการชนกับรถยนต์ที่ตามมาด้านหลัง ระบบจะทำการแจ้งเตือนและแทรกแซงการปรับพวงมาลัยแบบฉุกเฉินเพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือการเกิดอุบัติเหตุ
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) ช่วยแจ้งเตือนขณะที่มีรถอยู่ในมุมอับสายตา โดยจะมีไฟเตือนที่กระจกมองหลังด้านนอกในด้านที่ตรวจพบ
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW) หลังจากจอดรถยนต์แล้วระบบจะแจ้งเตือนหากระบบตรวจพบเป้าหมายที่เสี่ยงต่อการชนหากเปิดประตูรถยนต์
  • ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) โดยรถจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง
  • ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM) เมื่อผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วเฉลี่ยเกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อเนื่องมากกว่า 4 ชั่วโมงระบบจะแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพักระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาทีทุกๆ 10นาที
ข่าว TEST DRIVE อื่นๆ
ลองขับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ แรงเร้าใจกว่า กับประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 พร้อมเพิ่มรุ่น AUTECH เสริมความสปอร์ตพรีเมียม ที่สำคัญคือราคาเริ่มต้น 759,000 บาท และเปิดตัว “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ในแคมเปญ “ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย!” New excitement on the road”
| อ่านต่อ |