คาร์ออลสไตล์ ครบเครื่อง เรื่องรถ

TESTDRIVE

TOYOTA LAND CRUISER FJ หลานตัวแสบสายลุย แห่งตระกูล LAND CRUISER จิตวิญญาณตำนานที่ “จับต้องได้” และ “แต่งสนุก” กว่าที่เคย!

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัวหลานตัวแสบของตระกูลนักสู้ที่มีประวัติโชกโชนระดับตำนานของ LAND CRUISER  ที่ขับเคลื่อนไปยังทั่วทุกภูมิภาคของโลกมากว่า 70 ปี โดย Toyota Land Cruiser ได้รับการยอมรับในฐานะสัญลักษณ์แบนด์แห่งความแข็งแกร่ง ทนทาน และน่าเชื่อถือ โดยเริ่มต้นขึ้นในปี 1951 ภายใต้ชื่อ “Toyota BJ” และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายทั่วโลก โดยปัจจุบัน Land Cruiser เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง และไลฟ์สไตล์ของผู้คนกว่า 180 ประเทศ ตลอดเวลา Land Cruiser ได้ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมสุดท้าทาย ทั้งทะเลทราย เส้นทางทุรกันดาร ภูมิประเทศสมบุกสมบัน หล่อหลอมให้ Land Cruiser เป็นรถอเนกประสงค์ที่ได้รับการยอมรับในสมรรถนะการขับขี่ทั้งแบบออนและออฟโรด

TOYOTA LAND CRUISER FJ ปีที่ผ่านมา โตโยต้าเปิดตัว Hilux Travo และ Hilux Travo-e ในประเทศไทย โดยมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% และมีการส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ทำให้ Hilux มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยและกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย Land Cruiser FJ ถือเป็น Land Cruiser รุ่นแรกที่มีการผลิตเต็มรูปแบบ (Fully Manufactured) นอกประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นฐานการผลิตหลัก ด้วยสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศสูงถึง 84% พร้อมแผนการส่งออกมากกว่า 40,000 คันต่อปี ไปยังประมาณ 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย โตโยต้าเชื่อมั่นว่า Land Cruiser FJ จะมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ (Supply Chain) และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

สำหรับตลาดในประเทศไทย โตโยต้าตั้งเป้ายอดขาย Land Cruiser FJ ไว้ที่ 5,000 คันในปีแรก และเชื่อมั่นว่ารถรุ่นนี้จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สะท้อนอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโตโยต้า และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

“Bold & Unbound…เป็นให้ชัด ไปให้สุด”

มร.มาซายะ อุจิยามะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น พูดถึงแนวคิดในการพัฒนาและออกแบบ LAND CRUISER FJ ว่า “ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 75 ปีของ Land Cruiser รถรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ “ความเชื่อถือได้ ความทนทาน และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด” โดยเรื่องราวของ Land Cruiser ได้พัฒนาออกเป็น 3 สายผลิตภัณฑ์ ได้แก่

สาย Station Wagon (ซึ่งปัจจุบันคือ LC300)

สาย Heavy Duty หรือ 70 Series

สาย Light Duty หรือ 250 Series

จาก 3 สายผลิตภัณฑ์หลักของ Land Cruiser ที่สะท้อนความเป็นตัวตนที่ชัดเจนตลอดระยะเวลา 75 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ “ความไว้วางใจ (Trust)” ในการพัฒนา Land Cruiser ทุกครั้ง โตโยต้าคำนึงถึง 2 แนวคิดสำคัญ คือ “การสืบทอด (Inheritance)” และ “การพัฒนา (Evolution)” อีกทั้งยังคงยกระดับความเชื่อถือได้ ความทนทาน และสมรรถนะออฟโรดอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่า Land Cruiser เป็นรถที่สามารถพาไปได้ทุกที่ และนำสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์ Land Cruiser สู่อนาคต เราจึงตัดสินใจสร้างรถรุ่นใหม่ และเพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดที่กำลังเติบโต โดยนำเสนอรถออฟโรดที่ “เข้าถึงได้” มากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่ง “คุณค่าอย่างแท้จริง” ซึ่งคำตอบสำหรับความท้าทายนี้คือ Land Cruiser FJ

ในการพัฒนา Land Cruiser FJ โดยย้อนกลับไปสู่จิตวิญญาณของ 40 Series ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมใน Land Cruiser ระดับโลก เป้าหมายคือการส่งมอบ “ความไว้วางใจ (TRUST)” ให้กับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ที่สำคัญยังจุดประกายให้สนุกกับชีวิตมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างรถที่สามารถ “ขับเคลื่อนความรู้สึก” และสร้างแรงบันดาลใจ ด้วยการผสานสมรรถนะออฟโรดในแบบฉบับ Land Cruiser เข้ากับ 2 คุณค่าหลัก นั่นคือ “Freedom” และ “Joy” ซึ่งเป็นความหมายของ “FJ”

“Freedom” — อิสระในการออกไปได้ทุกที่ และ “Joy” — ความสุขในการใช้ชีวิตในแบบของคุณเอง

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของแนวคิดรถรุ่นนี้ คือ “การปรับแต่งรถในแบบของคุณ” เราตั้งใจออกแบบตัวรถพื้นฐานให้มี “พื้นที่สำหรับการต่อยอด” เพราะเราเชื่อว่า Land Cruiser ที่แท้จริง ควรถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของผู้ครอบครองนั้นเอง ซึ่งแต่ละคนสามารถสร้างสรรค์รถที่สะท้อนตัวตน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ตามต้องการ

จุดเด่นสำคัญของ Land Cruiser FJ เริ่มจากมิติตัวรถมีความยาวโดยรวมสั้นกว่า Fortuner ถึง 185 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อสั้นกว่าถึง 170 มิลลิเมตร ขนาดกะทัดรัดกว่านี้ ทำให้มีวงเลี้ยวที่แคบกว่า คล่องตัวและเฉียบคมยิ่งขึ้น สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เติมเต็มความสนุกได้อย่างอุ่นใจ

การออกแบบภายนอก พัฒนาภายใต้คอนเซปต์ PLAYFUL DICE” ผสานความ “สนุก” เข้ากับ “ฟังก์ชันการใช้งาน” ด้วยรูปทรงตัวถังแบบเหลี่ยมลบมุม (Chamfered Square) และระยะที่ยื่นจากตัวถังรถด้านหน้าและด้านท้ายที่สั้น ทำให้ Land Cruiser FJ มีรูปลักษณ์โดดเด่น แข็งแกร่ง โดดเด่นชัดเจน ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมความสามารถในการขึ้นลงทางชันให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้รถสามารถลุยได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

การออกแบบภายใน คงไว้ซึ่ง “เส้นสายแนวนอน” ตามแบบฉบับของ Land Cruiser เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกันนี้ ด้วยแนวกระจกหน้าต่างที่ต่ำลง และการออกแบบเสา A ให้ตั้งตรงมากขึ้น มอบทัศนวิสัยที่ปลอดโปร่งในทุกสภาพการขับขี่ ตัวรถพัฒนาบนโครงสร้างแชสซีส์ IMV ที่ผ่านการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งและปรับจูนให้ได้มาตรฐานระดับ Land Cruiser มาพร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อ และระบบล็อกเฟืองท้าย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างเต็มสมรรถนะ ในด้านการผลิตกำเนิดจากโรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์  ด้วยประสบการณ์การผลิตรถยนต์มากกว่า 1.5 ล้านคัน และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างทีมงานจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น เป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนา Land Cruiser FJ คือ การสร้างรถเพื่อให้ผู้คน “สนุกกับการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างแท้จริง” ภายใต้องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ นั่นคือ ความคล่องตัวสูง รองรับการเลี้ยวในพื้นที่แคบได้อย่างแม่นยำ การยึดเกาะของล้อบนพื้นถนนที่มั่นคง และระยะความสูงใต้ท้องรถที่มากพอ สร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง นอกจากนั้น ยังผ่านการทดสอบบนสนามเดียวกันกับที่ใช้พัฒนา Land Cruiser รุ่นก่อนหน้าLand Cruiser FJ พร้อมแล้วที่จะเปิดตำนานบทใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการขยายขอบเขตการเดินทางเพื่อค้นพบตัวเอง

Land Cruiser FJ เข้ามาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในตลาด PPV ของไทย ซึ่งมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น โดยโตโยต้าได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับอย่างชัดเจน สำหรับกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการรถยนต์ 7 ที่นั่ง เพื่อรองรับการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว ปัจจุบัน Fortuner ยังคงยืนหนึ่ง ขณะเดียวกันตลาด PPV ยังมีลูกค้าอีกกลุ่มที่ยังโสดหรือมีครอบครัวขนาดเล็ก รวมถึงผู้ที่หลงใหลการขับขี่สายลุยและการตกแต่งรถ ซึ่งมองหารถที่เปรียบเสมือน Hobby Car มีขนาดกะทัดรัด สามารถปรับแต่งได้ ใช้งานอย่างคล่องตัว และในวันหยุดยังสามารถออกไปสัมผัสความสนุกบนเส้นทางออฟโรด พร้อมใช้ชีวิตอิสระ Land Cruiser FJ คือคำตอบ

เครื่องยนต์ 2TR ที่ติดตั้งใน Land Cruiser FJ เป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ใน Land Cruiser 250 ซึ่งได้รับการพิสูจน์สมรรถนะจากการใช้งานจริง รวมถึงการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่สมบุกสมบันมาอย่างยาวนาน โดยโตโยต้าได้ปรับจูนเครื่องยนต์ และระบบควบคุมให้ทำงานสอดประสานกับระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เหมาะกับ Land Cruiser FJ และยังเป็นรถที่สามารถตกแต่งได้ตามสไตล์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ Land Cruiser Series ด้วยระบบ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทำให้ผู้ใช้ Land Cruiser ร่วมสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถได้ด้วย

ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ผมและเพื่อนสื่อมวลชนมีโอกาสได้ทดลองขับ TOYOTA LAND CRUISER FJ ทั้งการขับบนใช้งานบนถนนจริงในชีวิตประจำวัน เริ่มจาก TOYOTA ALIVE บางนา กทม.3 มุ่งหน้าทิศตะวันออกเพื่อไปลองของภาคสนามขับเคลื่อน 4 ล้อ ในพื้นที่แถบศรีราชา รวมระยะทางกว่า 220 กิโลเมตร ระหว่างทางมีฝนตกเป็นระยะๆ ได้บรรยากาศการลองของรถอเนกประสงค์ PPV รุ่นล่าสุดจาก TOYOTA ยิ่งนัก โดยเฉพาะช่วงลองขับภาคสนาม 4×4 เราได้ใช้ทั้ง H4 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในความเร็วปานกลาง และ 4L ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในความเร็วต่ำ รวมถึง ระบบ HAC : Hill-start Assist Control ช่วยให้การออกตัวบนทางลาดชันทำได้อย่างแนบเนียนรถไม่ไหลถอยลงมา และเมื่อต้องขับลงจากเนินสูงชัน ยังได้สัมผัสประสิทธิภาพการทำงานของระบบ DHC : Downhill Assist Control ช่วยชะลอความเร็ว ทำให้เราบังคับทิศทางผ่านพวงมาลัยได้โดยสะดวกปลอดภัย และเมื่อต้องลุยหนักจัดเต็ม เพียงแค่กดปุ่ม ระบบล๊อกเฟืองท้าย Rear Diff – Lock ล้อคู่หลัง ซ้าย/ขวา ก็จะได้รับการแบ่งกำลังเท่ากันอย่างต่อเนื่อง เสมือนมีอาวุธลับเพื่อการเดินทางไปได้ดังใจ

สมรรถนะการขับขี่: ขุมพลังเบนซิน ขนาด 2.7 ลิตร บนโครงสร้างพันธุ์อึด

​หัวใจหลักคือเครื่องยนต์ 2 TR-FE 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ Dual VVT‑i (บล๊อคเดียวกับ Land Cruiser 250) ให้กำลัง 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า ) / 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษ Euro 6 จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แม้จะเป็นน้องเล็กแต่โครงสร้างพื้นฐานพัฒนาบนแชสซีส์ IMV ที่ปรับจูนใหม่ให้แกร่งสมกับระดับตำนาน Land Cruiser มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time เลือกได้ทั้ง 2H / 4H / 4L พร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock) สามารถใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 95 และ E20 อีกด้วย 

ฟีลลิ่งการขับขี่:

On-Road: ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ทำให้การขับขี่ในเมืองมีความคล่องตัวสูงกว่ารถ PPV ทั่วไปมาก และแม้ Land Cruiser FJ ไม่ใช่รถที่แรงแบบกระชากอารมณ์ แต่ก็ตอบสนองได้เกินความคาดหวังจากการปรับจูนตั้งแต่แชสซี ชุดส่งกำลัง ความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง ช่วงล่าง ระบบเบรก รวมถึงระบบอากาศพลศาสตร์ ตลอดจนความเงียบภายในห้องโดยสาร เมื่อเทียบกับรถในระดับใกล้เคียงกัน

Off-Road: นี่คือทางของเขา! ด้วยระยะ Overhang หน้า-หลังที่สั้น ทำให้มุมปะทะและมุมจากทำได้ดี รวมถึงความสูงใต้ท้องรถ 245 มิลลิเมตร มากพอสำหรับเผชิญเส้นทางออฟโรดขนาดแท้ แถมยังผ่านการทดสอบในระดับมั่นใจได้ว่าลุยได้จริง ไม่ใช่เท่แค่เปลือก

สรุปว่า TOYOTA LAND CRUISER FJ คืออีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป

และอาจไม่ใช่รถสำหรับทุกคนแต่มันคือรถสำหรับคนที่เข้าใจว่า “การเดินทาง” สำคัญกว่าการไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด ทว่ามันคือรถที่พร้อมพาคุณออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ขาดหายไป และยังคงมีหัวใจของ Land Cruiser อย่างครบถ้วน ในวันที่ SUV หลายรุ่นกำลังกลายเป็นเพียงรถครอบครัวหน้าตาคล้ายออฟโรด Land Cruiser FJ คือรถไม่กี่รุ่นที่ยังรักษาความเป็น “รถลุยของจริง” เอาไว้ได้ และอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดว่าทำไมชื่อ Land Cruiser ถึงยังเป็นชื่อที่ผู้คนทั่วโลก “ไว้วางใจ” เสมอมา Land Cruiser FJ จึงไม่ใช่แค่รถ PPV อีกหนึ่งรุ่น แต่มันคือ Land Cruiser สำหรับคนทใช้ชีวิตให้กว้างกว่าเดิม”

Freedom & Joy

​คำว่า “FJ” มาจาก Freedom (อิสระที่ไปได้ทุกที่) และ Joy (ความสุขในแบบคุณ) สำหรับคนโสดหรือครอบครัวขนาดเล็กที่เบื่อความซ้ำซาก จุดเด่นคือการเปิดพื้นที่ให้เจ้าของไป “แต่งต่อ” ตามไลฟ์สไตล์ อีกเสน่ห์หนึ่งของ Land Cruiser FJ คือ Toyota ตั้งใจออกแบบให้มันเป็นรถที่ “ต่อยอดได้” ไม่ว่าจะเป็นสาย Overlandn สาย Camping สายแต่ง Urban Offroad หรือสายลุยเต็มรูปแบบ

LAND CRUISER FJ ราคาเต็ม 1,289,000 บาท

พิเศษ กับราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัว 1,269,000 บาท (ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569)

LAND CRUISER FJ มีให้เลือก 3 สี

สีฟ้า SMOKY BLUE

สีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA

สีเทา ASH

โดยมีแพ็คเกจชุดแต่งแท้ให้เลือกถึง 3 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายลุยหนักด้วยสน็อกเกิลและแผ่นกันกระแทก ARB หรือสายหล่อเท่ในเมือง

*เลือกรับชุดตกแต่งแท้จากโตโยต้า 3 แพ็คเกจ

  • แพ็คเกจที่ 1 ชุดตกแต่ง “Unbound Explorer…เพราะชีวิต ต้องลุยนอกกรอบที่คุ้นเคย”

มูลค่า 32,450 บาท ประกอบไปด้วย

  1. สน็อกเกิล ราคา     15,600 บาท
  2. แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง ARB ราคา     8,500 บาท
  3. ชุดบังโคลนล้อ ราคา     8,350 บาท
  • แพ็คเกจที่ 2 ชุดตกแต่ง “Urban Unique…ครบทุกสิ่ง ที่ใจต้องการ”

มูลค่า 32,700 บาท ประกอบไปด้วย

  1. แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง  ราคา     7,500 บาท
  2. คิ้วกระจังหน้า ราคา     3,400 บาท
  3. คิ้วกันกระแทกประตู ราคา     7,900 บาท
  4. คิ้วตกแต่งฝาครอบล้ออะไหล่ ราคา     4,600 บาท
  5. ชุดตกแต่งฝาถังน้ำมัน ราคา     1,200 บาท
  6. แผงบังแดดข้าง ราคา     2,100 บาท
  7. กล้องบันทึกภาพด้านหน้าและหลัง (รุ่น 2K) ราคา     6,000 บาท
  • แพ็คเกจที่ 3 ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง “Freedom Journey…เติมพลังให้ทุกวันมีความหมาย”

มูลค่า 36,400 บาท ประกอบไปด้วย

ถาดแร็คหลังคา ARB    ราคา     36,400 บาท