- เรเว่ แนะนำ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อยใหม่ Standard มาให้สัมผัสเป็นครั้งแรก ในกิจกรรมทดลองขับบนเส้นทาง เชียงราย – กรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 1,100 กิโลเมตร
- BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รถซีดานที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) หรือ DM-i SUPER PHEV มาพร้อมทางเลือกสองรุ่นย่อยใหม่ Dynamic และ Standard อุปกรณ์ครบครันพร้อมเทคโนโลยี DM-i เทคโนโลยี PHEV ของ BYD สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางสูงสุด 85 กิโลเมตร* ในราคา 599,900 ในรุ่น Standard จำนวน 3,000 แรกเท่านั้น ส่วนเกรด Dynamic มีราคา 659,900 บาท
23-24 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เพิ่มทางเลือกให้กับ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ด้วยการเสริมสองรุ่นย่อยใหม่ ในรุ่นกลาง Dynamic และรุ่นเริ่มต้น Standard ซึ่งมาพร้อมขุมพลัง DM-i SUPER PHEV เอกสิทธิ์ของ บีวายดี ทั้งยังครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐานอำนวยความสะดวก ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น



เพื่อเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของขุมพลัง DM-i SUPER PHEV ให้เป็นที่ประจักษ์ชัด เรเว่ ได้จัดทริปทดลองขับสำหรับสื่อมวลชนชั้นนำจากหลายวงการ ได้สัมผัส BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อย Standard บนเส้นทาง เชียงราย – อุดรดิตถ์ – พิษณุโลก – เพชรบูรณ์ – ลพบุรี – สระบุรี – ชัยนาท – อ่างทอง – พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ครอบคลุมระยะทางมากกว่า 1,100 กิโลเมตร เป็นครั้งแรก ซึ่งรถยนต์ทดสอบแต่ละคันชาร์จไฟเต็มพร้อมใช้เชื้อเพลิงเพียงถังเดียว 45 ลิตร เท่านั้น หรือในแบบ ‘One Tank, One Charge’



นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วย BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV สองรุ่นย่อยใหม่ Dynamic และ Standard เพื่อเสิร์ฟความสนใจในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่เพิ่มสูงมากขึ้น และเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของขุมพลัง DM-i SUPER PHEV จึงมีการจัดทริปทดลองขับระยะไกลกว่า 1,100 กิโลเมตรเป็นครั้งแรก ช่วยให้ผู้บริโภคเห็นว่า BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ตอบทุกโจทย์การใช้งาน ทั้งในเมืองที่ขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน สำหรับลูกค้าที่ขับไปทำงานไม่เกิน 85 กม./ วัน และยังตอบโจทย์สายเที่ยวต่างจังหวัด ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยคุณสมบัติใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายของห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน”



นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ไม่เพียงแต่ช่วยคุณประหยัดค่าเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความยั่งยืนในด้านทรัพยากร เพราะขุมพลัง DM-i SUPER PHEV พัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายเป็นการใช้เชื้อเพลิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก จึงมีอัตราการสร้างมลพิษที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไปอีกด้วย”



BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อย Standard เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น พร้อมคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์โดดเด่น เช่นเดียวกับรุ่นท๊อป Premium ด้วยไฟหน้า Full LED แบบ STARLIGHT พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ รับกับกระจังหน้าแบบ DOT MATRIX ทั้งยังมีไฟท้ายรมดำแบบ DOT MATRIX และแถบ LED Lightbar ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ด้วยความยาวระยะฐานล้อ 2,718 มิลลิเมตร ยาวสุดในรถยนต์ Segment เดียวกัน พร้อมด้วย BYD Intelligent Cockpit ควบรวมการสั่งการระบบต่างๆ ไว้ในตำแหน่งเดียวกันบนคอนโซลกลาง ทั้งยังมีหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay® และ Android Auto™ สำหรับผู้โดยสารด้านหลังสะดวกสบายด้วยช่องปรับอากาศตรงกลางด้านหลัง และยังสามารถพับพนักพิงเบาะโดยสารด้านหลังแบ่งสัดส่วน 60/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย พร้อมทั้งยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) AEB, FCW, ICC และ LDP เป็นมาตรฐานอีกด้วย



BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อย Dynamic ครบครันยิ่งกว่าด้วยหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 12.8 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง เบาะหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ และปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง สำหรับเบาะผู้ขับขี่ สะดวกสบายด้วย BYD Digital Key ใช้สมาร์ทโฟนและสมาร์ทวอทช์ปลดล็อคประตูแทนกุญแจ มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ด้วยที่พักแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว 2 ช่อง



BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อย Standard และ Dynamic ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แบบ DM-i SUPER PHEV หรือ Dual Mode-intelligent ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ เน้นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ตอบสนองฉับไวและไร้เสียงรบกวนเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่รองรับทั้งการชาร์จไฟและเติมเชื้อเพลิง ด้วยการผสานการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ที่พัฒนาขึ้นสำหรับขุมพลัง PHEV โดยเฉพาะ ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังรวมสูงสุด 160 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 300 นิวตันเมตร มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 13.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย ทนทาน มีความสามารถในการขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว เป็นระยะทาง 85 กิโลเมตร* สามารถเชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยอัตราสิ้นเปลือง 28.6 กิโลเมตรต่อลิตร* แม้ขณะแบตเตอรี่ต่ำ



แนวคิดที่ทำให้ DM-i SUPER PHEV แตกต่างจากไฮบริดอื่น ๆ กับ 5P
PURE EV: ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ในโหมด EV เงียบ แรง ประหยัด
POWERFUL: เร่งแซงสั่งดั่งใจ จากการทำงานผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
POLLUTION LESS: ลดมลพิษ ปล่อยมลพิษน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป และเมื่อวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้า ไอเสียจะเป็น ‘ศูนย์’
POCKET FRIENDLY: เซฟเงินในกระเป๋า ประหยัดสองต่อ ทั้งค่าเชื้อเพลิงลดลง และดูแลรักษาที่ไม่จุกจิก
PLEASANT: ขับสบาย ไร้กังวล นุ่ม เงียบ สบายใจ ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น



พิสูจน์ประสิทธิภาพ DM-i SUPER PHEV ภายใต้สภาวะการใช้งานจริงกว่า 1,100 กิโลเมตร
การทดสอบ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ในครั้งนี้ ผมและสื่อมวลชนชั้นนำของไทยจากหลายแขนง ร่วมทดสอบประสิทธิภาพของขุมพลัง PHEV แบบ DM-i SUPER PHEV ที่ให้การตอบสนองทันใจ พร้อมกับการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพิสูจน์แล้วจากการทดสอบภายใต้สภาวะการใช้งานจริงจัง ผมและคุณโก้ เกียรติสยาม เกิดทรัพย์ จาก Driving Place ขับจริงไรจริงบนเส้นทางเชียงราย – เพชรบูรณ์ – กรุงเทพฯ จัดเต็มทุกเทคนิคการขับประหยัดวิ่งไปได้ระยะทางกว่า 1,201 กิโลเมตร โดยใช้เชื้อเพลิงถังเดียว กับไฟฟ้าที่ชาร์จไว้ 95% ตลอดการเดินทาง



อีกทั้งการทดสอบ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ภาคประหยัดแบบขับทางไกล ผลปรากฏว่าทั้ง 39 คัน ผ่านการเติมน้ำมันและชาร์จไฟครั้งเดียว พร้อมซีลสติกเกอร์ปิดฝาถังน้ำมันและช่องชาร์จไฟ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยานตลอดเส้นทางตั้งแต่จุดปล่อยตัว ทั้งยังมีจุดตรวจสอบระยะทางการขับและเชื้อเพลิงคงเหลือเป็นระยะๆ รวมถึงสติกเกอร์ปิดฝาทั้งสองจุด โดยทีมงานตลอดเส้นทาง เพื่อความโปร่งใสและเท่าเทียมของผู้ร่วมกิจกรรม ในตอนท้ายของกิจกรรม BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ทุกคัน ขับถึงจุดตรวจสอบสุดท้ายได้ โดยที่ไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงหรือชาร์จไฟเพิ่ม การันตีว่าการเติมน้ำมันและชาร์จไฟครั้งเดียว สามารถใช้งานจริงได้ไกลกว่า 1,100 กิโลเมตร ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีหลายคันที่สามารถขับได้ไกลกว่า 1,200 กิโลเมตร โดยที่เชื้อเพลิงยังเหลือเช่นคันที่เราได้ลองของอีกด้วย



BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่น Standard ที่เราได้ลองขับกันยาวๆ ระหว่างวันที่ 23 – 24 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องยอมรับว่ามันไม่ธรรมดาในกลุ่มรถซีดาน ไฮบริดขนาดใกล้เคียงกัน แต่เจ้าตลาดทั้ง TOYATA YARIS ATIV HEV และ HONDA CITY e:HEV ไม่ยอมปล่อยให้ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ทั้งสองรุ่นย่อยใหม่แจ้งเกิดในเมืองไทยง่าย ๆ ด้วยความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมานานวัน การบริการหลังการขายผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีมาตรฐานและจำนวนมากพอ ตัวคุณเองได้ที่จะตัดสินใจว่าวันนี้ผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดอย่าง BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ที่มาพร้อมทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการ 162 สาขาทั่วประเทศมีดีมากพอจะเป็นพาหนะประจำครอบครัวหรือไม่!


BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV สองรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด แนะนำตัวด้วยราคาเริ่มต้นเ 599,900 บาท ในรุ่น Standard และ 659,900 บาท ในรุ่น Dynamic พร้อมแคมเปญพิเศษ สำหรับผู้ที่ตัดสินใจออกรถ ภายในวันที่ 5 เมษายน 2569 โดยข้อเสนอพิเศษจำนวนจำกัดมีทั้ง
- ดาวน์เริ่มต้น 29,995 บาท สำหรับรุ่น Standard** และ 32,995 บาท สำหรับรุ่น Dynamic**
- หรือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% (สำหรับเงินดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน)**
- สิทธิซื้อโฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ชิดะ (ZHIDA) พร้อมติดตั้ง ในราคาพิเศษ 10,000 บาท จากมูลค่า 25,000 บาท**
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อมพ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี**



นอกจากนี้ยังมี แพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty Package จำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อสร้างความอุ่นใจ ด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตลอดการใช้งาน สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ BYD หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ DENZA พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand
*เป็นไปตามมาตรการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร และอื่นๆ




