คาร์ออลสไตล์ ครบเครื่อง เรื่องรถ

TESTDRIVE

ลองขับ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ไฮบริดนิวเจน...ล่าสุดจากมิตซูบิชิ

อีกครั้งสำหรับผมที่มีโอกาสได้ลองขับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ผลิตภัณฑ์รถอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มาพร้อมกับดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส “Mitsubishi Motors-ness โดยหัวใจสำคัญของรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ สร้างแรงบันดาลใจในการออกผจญภัย พร้อมมอบความอุ่นใจตลอดการเดินทาง บนพื้นฐานของเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ ทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านความสำเร็จของมิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี SUV ที่เชิดหน้าชูตาแบรนด์ มิตซูบิชิ ในปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลานับแต่เปิดตัวในประเทศไทย มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังคงมีอะไรที่น่าค้นหาอีกไม่น้อย และยิ่งครั้งนี้เป็นการขับทดสอบที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันในกรุงเทพฯ ปริมณฑลก็ยิ่งสัมผัสถึงความแตกต่างยิ่งขึ้น ทั้งจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะการขับขี่ รวมถึงความสะดวกสบายช่วยให้เข้าถึงประสบการณ์การใช้งานอย่างมีชีวิตชีวา

มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมกับแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งประกอบด้วย ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ( แตกต่างจากมิตซูบิชิอื่นๆ ) ด้วยมาพร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ทำให้ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีส่วนสำคัญในการผลักดันพร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มยานยนต์ไฮบริดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในระดับภูมิภาคอีกด้วย

เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี แสดงถึงทิศทางในการออกแบบยานยนต์ของมิตซูบิชิยุคหน้า  “ซิลก์กี แอนด์ โซลิด (Silky & Solid)” ผสานสไตล์ที่โดดเด่นเข้ากับความทรงพลัง สะท้อนรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสอดรับกับสัญลักษณ์ทรีไดมอนด์ด้านหน้า พร้อมเส้นสายรายล้อมตัวถังเสมือนมีมัดกล้ามเมื่อมองจากด้านข้างไปถึงด้านท้ายรถ รวมถึงหลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) ที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบายล้ำสมัย

กระจังหน้า “ไดนามิคชิลด์” เวอร์ชัน 3 มิติ ออกแบบให้ปกป้องและกลมกลืนไปกับกันชนหน้าทั้งด้านซ้ายและขวา ให้มิติเชิงลึก โคมไฟทรงทีตะแคงพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED โครมสี Smoke สร้างความประทับใจและส่งให้ดีไซน์โดยรวมอยู่ในระดับไอคอนนิค ด้วยการจัดเรียงในเฟรมรูปตัวที เสริมให้เห็นความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ พร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์แอโรไดนามิค เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance อยู่ที่ 183 มิลลิเมตร เสริมความเข้มด้วยขอบซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุและสีที่ตัดกับสีตัวรถ ทำให้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีบุคลิกของรถเอสยูวีเพื่อการสันทนาการกลางแจ้งอย่างชัดเจน

ห้องโดยสารตอบโจทย์การใช้งานครอบครัวสไตล์แอคทีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์แนวขนาน “Horizontal Axis” ทั้งยังให้สีทูโทน Mélange – Mocha พร้อมการตกแต่งแผงแดชบอร์ดด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำและคราบสิ่งสกปรก มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระหว่างการเดินทาง พื้นที่ภายในห้องโดยสารต้องบอกว่าซ้อนรูป มองจากภายนอกเหมือนจะเล็กแต่ไม่ด้อยกว่า SUV ระดับเดียวกัน พื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่ระหว่างไหล่ และพื้นที่วางขา กว้างพอที่จะสามารถเดินทางได้พร้อมกัน 5 คนโดยไม่อึดอัดเนื้อตัว เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับแยก 40:20:40 และที่สำคัญคือยังปรับเอนพนักพิงหลังได้ถึง 8 ระดับ พร้อมด้วยวัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากองศาแดดที่แผดเผา

ในตัวท๊อป ULTIMATE X ที่เราได้ลองขับยังติดตั้งระบบเสียงคุณภาพ ไดนามิค ซาวด์ ยามาฮ่า พรีเมียม ซาวด์ ซิสเต็ม (Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System) พร้อมกระจายเสียงผ่านลำโพงทั้งหมด 8 ตัว ทวิตเตอร์คู่หน้าที่ถูกติดตั้งบริเวณเสาหลังคาคู่แรก (A-Pillar) ลำโพงวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งบริเวณแผงประตูคู่หน้า และลำโพงโคแอกเซียล (Coaxial) แบบ 2 ทาง ที่ประตูคู่หลัง ให้คุณภาพเสียงที่คมชัดมีมิติของเครื่องดนตรีแต่ละประเภท ดีด สี ตี เป่า อีกทั้งยังสามารถเลือกรูปแบบเสียงพรีเซ็ทได้ถึง 4 รูปแบบ ตามรสนิยมและอรรถรสในการฟังดนตรีอย่างล้ำลึก

หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม Smartphone-link Display Audio (SDA) ต่อเนื่องกับหน้าจอแสดงผลในการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว (Multi-widget) ที่แบ่งสัดส่วนออกเป็น 3 ช่องย่อยเพื่อแสดงข้อมูลต่าง ๆ พร้อมกันบนหน้าจอเดียว สามารถเลือกแสดงข้อมูลเฉพาะสำหรับระบบขับเคลื่อนไฮบริดอย่างชัดเจน เช่น ระดับพลังงาน แสดงสถานะ Eco, Power และ Charge สอดคล้องกับการควบคุมคันเร่ง การไหลเวียนของพลังงาน อัตราส่วนการขับขี่ด้วยไฟฟ้า และระดับพลังงานที่เหลือในแบตเตอรี่ และยังสามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอพิเศษได้อีก 2 รูปแบบ สำหรับจอกลางยังสามารถแสดงผลชุดมาตรวัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมาตรวัดสามช่องในรถระดับตำนานอย่าง มิตซูบิชิ ปาเจโร โดยแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ระดับความสูง มุมเอียง และทิศทาง เสริมความเร้าใจและมั่นใจในการขับขี่ พร้อมรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และ WebLink เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้บนหน้าจอขนาดใหญ่

 

มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังมาพร้อมระบบฟอกอากาศ nanoe™ X ที่จะช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ลดอาการเหนื่อยล้า สร้างความสดชื่นให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทางยามค่ำคืนคุณจะพบไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) สีฟ้าจางๆ บริเวณคอนโซลหน้าและแผงบุประตูคู่หน้าใครความผ่อนคลายได้อีกด้วย

ดูแลความปลอดภัยปกป้องรอบทิศทาง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่รวมเรียกว่า มิตซูบิชิ ไดมอนด์ เซ้นส์ (Diamond Sense) เทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา โดยใช้การตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถด้วยกล้อง รวมถึงเซนเซอร์ และเรดาห์ที่แม่นยำโดยจะทำงานและมีสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบเมื่อเกิดสภาวะฉุกเฉินหรือต้องระมัดระวัง ได้แก่

  • MAM with Moving Object Detection: กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ ทำงานผ่านกล้อง 4 ตำแหน่งแสดงภาพสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • LCDN: ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า ระบบจะทำการแจ้งเตือนบนหน้าจอแสดงผลแบบ LCD กรณีรถหยุดนิ่ง และมีการเคลื่อนตัวของรถคันหน้า
  • BSW with LCA: ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน
  • FCM: ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว ป้องกันความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้าและสบายใจกว่าด้วยการลดความเร็วเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการชน
  • ACC: ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบจะสามารถล็อคความเร็วตามที่กำหนด และรักษาความเร็วให้คงที่ตามรถคันหน้า ตลอดจนช่วยเบรกจนถึงความเร็ว 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มความสะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อต้องขับขี่ทางไกล
  • AHB: ระบบควบคุมไฟสูงโดยอัตโนมัติ สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • RCTA: ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด ระบบจะส่งสัญญาณเตือน เมื่อพบว่ามีวัตถุเคลื่อนไหวด้านหลังรถ ขณะกำลังถอยรถออกจากช่องจอด

 

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยแบบ Passive safety ด้วยการติดตั้งถุงลม 6 ตำแหน่ง มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในห้องโดยสารด้วย

หัวใจสำคัญของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี คือ MITSUBISHI e:MOTION ประสบการณ์การขับขี่จากการผสาน 3 เทคโนโลยีล้ำหน้า  ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจนเนอเรชันใหม่ ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันโดดเด่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรกอย่างเอ็กซ์แพนเดอร์ให้ประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้นให้การขับขี่เต็มพลังและนุ่มนวลขึ้นในหลากหลายรูปแบบเส้นทาง อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ซึ่งมีส่วนลดการสูญเสียพลังงานได้มาก ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้รถมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 24.4 กิโลเมตร/ลิตร* ขยายความคือรถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle โดยการขับเคลื่อนในแบบไฮบริดจะให้ความเงียบและมีอัตราเร่งที่จัดจ้านทั้งในการขับขี่บนถนนไฮเวย์ และในเส้นทางขึ้นลงพื้นที่เนินลาดชัน นอกจากนี้ มอเตอร์ไฟฟ้า เจเนอเรเตอร์ และระบบส่งกำลัง ยังได้รับการออกแบบให้ทำงานผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้มีการทำงานที่เงียบลดเสียงรบกวนอย่างดีให้ประสบการณ์การขับขี่เสมือนรถไฟฟ้าโดยเฉพาะในจังหวะที่ใช้โหมด EV

 

ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุดมีทั้งการขับขี่แบบ EV DRIVE การขับขี่แบบ HYBRID-SERIES การขับขี่แบบ HYBRID-PARALLEL การขับขี่แบบ HYBRID–MOTOR DISCONNECTED และการขับขี่แบบ POWER REGENERATIVE โดยระบบจะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่และปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและการขับขี่ที่มีพลังเร้าใจด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบ HEV ช่วยให้สามารถขับขี่ได้เงียบ สะอาดแบบรถ EV และยังรองรับการเดินทางระยะไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงานแบตเตอรี่หมดอีกด้วย

มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ซ เอชอีวี มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่  ทำงานผสานกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร MIVEC DOHC 16 วาล์ว ซึ่งใช้งานครั้งแรกในเอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ทว่าครั้งนี้ให้กำลังขับเคลื่อนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งปั๊มน้ำไฟฟ้าเพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากระบบขับเคลื่อนเสริม (Auxiliary Drive Loss) ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับเจเนอเรเตอร์และมอเตอร์ที่มีกำลังสูงสุด 85 กิโลวัตต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ให้อัตราเร่งที่ราบรื่น ตอบสนองได้ฉับไว นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถแข็งขันกับรถอเนกประสงค์ ไฮบริด ในตลาดเมืองไทยและสากลได้อย่างไม่เป็นรองใคร.

 

 

โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ

อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi e:MOTION มอบประสบการณ์การขับขี่ที่โดดเด่น คือโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกสภาพอากาศและสภาพเส้นทาง

โดยแบ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบรถไฟฟ้า 2 รูปแบบ และโหมดการขับขี่อีก 5 รูปแบบสภาพเส้นทาง ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านสวิตซ์ที่คอนโซลกลาง โดยระบบจะควบคุมเบรก การตอบสนองของเครื่องยนต์ มอเตอร์ และพวงมาลัย จะทำงานร่วมกันเพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยบนสภาพถนนที่หลากหลายซึ่งเหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทยและสถานที่อื่นๆ

โหมด EV Priority และโหมด Charge ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกขับขี่ในโหมด EV ตามสถานการณ์ได้

  • EV Priority Mode ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์โดยไม่ต้องสตาร์ตเครื่องยนต์ โหมดนี้มีความเงียบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนเมื่อต้องขับขี่ในบริเวณที่ต้องการความสงบ
  • Charge Mode ใช้เครื่องยนต์ชาร์จแบตเตอรี่เมื่อพลังงานเหลือน้อยในขณะขับ หรือจอดรอได้ เพื่อให้สามารถใช้โหมด EV ได้นานขึ้น

 

5 โหมดการขับขี่อื่นๆ ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมรถตามสภาพถนน ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้าพร้อมเทคโนโลยีควบคุมต่างๆ ได้แก่

  • Active Yaw Control (AYC): ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ควบคุมแรงขับ และแรงเบรกของล้อหน้าแต่ละข้างเพื่อเพิ่มการทรงตัวและการควบคุมให้ปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น
  • Traction Control System (TCL): ระบบป้องกันการลื่นไถล ป้องกันล้อหมุนฟรี
  • Active Stability Control (ASC): ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • Electric Power Steering: พวงมาลัยไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วและสภาพถนน

 

 

ทั้ง 5 โหมดการขับขี่ ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพอากาศและถนน

  • Normal Mode: เหมาะกับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • Tarmac Mode: สำหรับถนนลาดยาง เพิ่มความว่องไวและการควบคุมที่แม่นยำบนถนนคดเคี้ยว ให้พละกำลังเช่นเดียวกับ Sport Mode
  • Gravel Mode: สำหรับถนนลูกรัง ลดอาการลื่นไถลและเพิ่มความมั่นคงบนถนนลูกรัง
  • Mud Mode: สำหรับถนนโคลน ให้การยึดเกาะที่ดีขึ้นแม้ในสภาพถนนที่เป็นโคลนและขรุขระ
  • Wet Mode: สำหรับถนนเปียกลื่นลดการลื่นของยางและเพิ่มเสถียรภาพแม้ในสภาพฝนตกหนัก

 

 

ตารางข้อมูลเทคนิค SPECIFICATION

 

มิติตัวรถ

 

 

 

ความยาวตลอดคัน

มม.

4,390

 

ความกว้างตลอดคัน

มม.

1,810

 

ความสูง

มม.

1,650

 

ระยะฐานล้อ

มม.

2,650

 

ความกว้างช่วงล้อหน้า

มม.

1,565

 

ความกว้างช่วงล้อหลัง

มม.

1,565

 

ระยะต่ำสุดถึงพื้น

มม.

183

 

รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด

ม.

5.2

 

เครื่องยนต์

 

 

 

รหัสเครื่องยนต์

 

4A92

 

แบบเครื่องยนต์

 

4 สูบ MIVEC DOHC 16 วาล์ว

 

ปริมาตรกระบอกสูบ

ซีซี

1,590

 

ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก

มม.

75.0 x 90.0

 

อัตราส่วนกำลังอัด

 

14 : 1

 

กำลังสูงสุด

กิโลวัตต์ (แรงม้า) / รอบต่อนาที

79 (107) / 6,000

 

แรงบิดสูงสุด

  นิวตันเมตร / รอบต่อนาที

134 / 4,500

 

ระบบเชื้อเพลิง

 

 

 

ชนิด

 

หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์

ECI-MULTI 32 Bit

 

ชนิดน้ำมันแนะนำ

 

 แก็สโซฮอล์ E20

 

ความจุถังน้ำมัน

ลิตร

42

 

มอเตอร์ไฟฟ้า

 

 

 

กำลังสูงสุด

กิโลวัตต์ (แรงม้า)

85 (116)

 

แรงบิดสูงสุด

  นิวตันเมตร

255

 

แบตเตอรี่ไฮบริด

 

  

ชนิดแบตเตอรี่

 

Lithium-ion

 

ระบบส่งกำลัง

 

 

 

ชนิด

 

2-Speed Transaxle

 

อัตราทดระบบส่งกำลัง

 

High 3.384, Low 4.588

 

อัตราทดเครื่องยนต์

 

2.107

 

อัตราทดมอเตอร์ไฟฟ้า

 

9.215

 

ระบบบังคับเลี้ยว

 

 

 

แบบ

 

แร็คแอนด์พิเนียน พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า

 

ระบบกันสะเทือน

 

 

 

หน้า

 

แบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และ เหล็กค้ำหัวโช้ค

 

หลัง

 

ทอร์ชันบีม

 

ระบบเบรก

 

 

 

หน้า

 

ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน

 

หลัง

 

ดิสก์เบรก

 

ล้อและยาง

 

 

 

ขนาดล้ออัลลอย

 

18″ x 7.0J แบบทูโทน

 

ขนาดยาง

 

225/50 R18

 

 

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่

รุ่น Ignite ราคา 899,000 บาท
มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) สีเงิน (Blade Silver) และ
สีเทา (Graphite Grey)

รุ่น Ultimate ราคา 1,039,000 บาท

มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) หลังคาดำ สีเงิน (Blade Silver) สีเทา (Graphite Gray) และสีดำ (Jet Black Mica)

รุ่น Ultimate X ราคา 1,089,000 บาท

มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) หลังคาดำ สีเทา (Graphite Gray) หลังคาดำ สีเหลือง (Energetic Yellow) หลังคาดำ สีแดง (Spirit Red) หลังคาดำ และสีดำ (Jet Black Mica)